ภาษีบำรุงท้องที่
ภาษีบำรุงท้องที่ คือ ภาษีที่จัดเก็บจากเจ้าของที่ดิน ที่เป็นของบุคคลหรือคณะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หรือสิทธิครอบครองอยู่ในที่ดินที่ไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน ที่ดินที่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ตามกฎหมายนี้ “ที่ดิน” หมายถึง พื้นที่ดินและให้หมายความรวมถึง พื้นที่ที่เป็นภูเขา หรือที่มีน้ำด้วย
การยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีบำรุงท้องที่
v ยื่นแบบแสดงรายการ (ภ.บ.ท.5) ภายในเดือน มกราคม ทุกรอบระยะเวลา 4 ปี
v บุคคลใดเป็นเจ้าของที่ดินใหม่ให้เจ้าของที่ดินยื่นแบบแสดงรายการ(ภ.บ.ท.5)ต่อเจ้าพนักงานประเมิน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เป็นเจ้าของที่ดินหรือจำนวนที่ดินมีการเปลี่ยนแปลง
v ชำระเงินค่าภาษีบำรุงท้องที่ ภายในเดือน เมษายน ของทุกปี
การลดหย่อนภาษีบำรุงท้องที่ ที่ดินในเขตเทศบาลตำบลแสนสุขได้ไม่เกิน 2 งาน
v ที่ดินแปลงที่เจ้าของปลูกบ้านอยู่อาศัย โดยไม่ทำการค้าหรือให้เช่าแต่อย่างใด ลดหย่อนได้ 2 งาน ส่วนที่เกินต้องเสียภาษีตามอัตราที่กำหนด
v ที่ดินเจ้าของปลูกบ้านให้เช่า หรือปลูกบ้านเพื่อทำการค้าและได้เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินแล้ว จะได้รับการยกเว้นภาษีบำรุงท้องที่ในอาคารนั้นตั้งอยู่
v ที่ดินว่างเปล่า หรือไม่ทำประโยชน์จะต้องเสียภาษีเป็นสองเท่าของอัตราปกติ
หลักฐานประกอบการยื่นเสียภาษีบำรุงท้องที่
1. ใบเสร็จรับเงินปีที่ผ่านมา
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาโฉนด/นส.3 (เอกสารสิทธิ์ในที่ดิน)
4. แบบแสดงรายการ (ภ.บ.ท.5)
ไม่ชำระค่าภาษีบำรุงท้องที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าของที่ดินต้องเสียเงินเพิ่มในกรณีและอัตรา ดังต่อไปนี้
v ไม่ยื่นแบบแสดงรายการที่ดิน (ภ.บ.ท.5)ภายในกำหนดให้เสียเงินเพิ่มอีก 10% ของค่าภาษี
v ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินไม่ถูกต้องทำให้จำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีลดลง ให้เสียเงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษีที่ประเมินเพิ่มเติม
v ชี้เขต แจ้งจำนวนเนื้อที่ดินไม่ถูกต้องต่อเจ้าพนักงานสำรวจทำให้จำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีลดลง ให้เสียเงินเพิ่มอีก หนึ่งเท่า ของค่าภาษีที่ประเมินเพิ่มเติม
v ไม่ชำระภาษีภายในกำหนด(เดือนเมษายน)ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ 24 ต่อปีของค่าภาษี (2% ต่อเดือน)
การผ่อนชำระ ต้องมีค่าภาษี ตั้งแต่ 3,000บ.ขึ้นไป ผ่อนชำระได้ 3 งวดๆละเท่าๆกัน โดยแจ้งความจำนงให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนครบกำหนดเวลาชำระภาษี
· ให้ชำระงวดที่ 1 ก่อนครบกำหนดเวลาชำระภาษี
· งวดที่ 2 และ 3 ชำระภายใน 1เดือน นับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่แล้ว
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน คือ ภาษีที่จัดเก็บจากโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ กับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น โรงเรือน หมายความถึง บ้าน ตึกแถว อาคาร ร้านค้า สำนักงาน บริษัท ธนาคาร โรงแรม โรงภาพยนตร์ โรงพยาบาล โรงเรียน แฟลต อพาร์ทเมนท์ คอนโดมิเนียม หอพัก สนามม้า สนามมวย คลังสินค้า เรือนแพ ฯลฯ
สิ่งปลูกสร้างอื่นๆ หมายถึง สิ่งปลูกสร้างอื่น ที่ก่อสร้างติดที่ดินถาวร เช่น ท่าเรือ สะพาน อ่างเก็บน้ำ คานเรือ ถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่ก่อสร้างติดที่ดินถาวร ที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือน หรือ สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ หมายถึง ที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอื่น และบริเวณต่อเนื่องซึ่งใช้ด้วยกันกับโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างนั้น ที่ดิน หมายความรวมถึง ทางน้ำ บ่อน้ำ สระน้ำ ด้วย ภาษีโรงเรือนและที่ดินเป็นภาษีอากรที่ราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดเก็บตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือน และที่ดินพุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2534 ในกรุงเทพมหานคร เทศบาลเมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีนำค่าภาษีไปชำระต่อพนักงานเก็บภาษี ณ สำนักงานเขตที่ โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นตั้งอยู่ เป็นต้น
แต่ก็มีข้อยกเว้นตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ตามมาตรา 9 ว่าทรัพย์สินดังต่อไปนี้ ไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
1.พระราชวังอันเป็นส่วนของแผ่นดิน
2.ทรัพย์สินของรัฐบาลที่ใช้ในกิจการของรัฐบาล หรือสาธารณะ และทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ใช้ในกิจการของการรถไฟฯ โดยตรง
3.ทรัพย์สินของโรงพยาบาลสาธารณะ และโรงเรียนสาธารณะ ซึ่งกระทำกิจการอันมิใช่เพื่อผลกำไรส่วนบุคคลและใช้เฉพาะในการรักษาพยาบาลและการศึกษา
4.ทรัพย์สินซึ่งเป็นศาสนสมบัติอันใช้เฉพาะศาสนกิจอย่างเดียว หรือเป็นที่อยู่ของสงฆ์
5.โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ ซึ่งปิดไว้ตลอดปี และเจ้าของมิได้อยู่เอง หรือให้ผู้อื่นอยู่ นอกจากคนเฝ้าในโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ หรือในที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกัน
6.โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างของการเคหะแห่งชาติที่ผู้เช่าซื้ออาศัยอยู่เอง โดยมิได้ใช้เป็นที่เก็บสินค้า หรือ
ประกอบการอุตสาหกรรมหรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้ และตามมาตรา 10 หากโรงเรียนหรือ
สิ่งปลูกสร้างอื่น ซึ่งเจ้าของที่มีชื่อในทะเบียนบ้านอยู่เอง หรือให้ผู้แทนเฝ้ารักษาและมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหลังประกอบอุตสาหกรรม (เช่น หากเป็นบ้านอยู่เองแต่แบ่งเป็นห้องๆ ให้เช่าก็ต้องเสียภาษีด้วย เพราะทรัพย์สินคือโรงเรือนก่อให้เกิดรายได้ขึ้นมาแล้ว)
ดังนั้น หากเป็นบ้านที่ใช้อยู่อาศัยอย่างเดียวไม่ได้ใช้บ้านประกอบกิจการค้าขาย ไม่ได้ให้เช่า ก็ไม่ต้องเสียภาษี โรงเรือนและที่ดิน แต่หากมีกิจการค้าขาย มีรายได้ จึงต้องเสียภาษีโรงเรือนตามกฎหมาย
ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษี
1. โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่ต้องชำระภาษีโรงเรือนและที่ดิน
1.1 ให้เช่า/ให้ผู้อื่นอยู่อาศัยโดยไม่คิดค่าเช่า
1.2 ใช้ประกอบกิจการเพื่อหาประโยชน์อย่างอื่น
1.3 ใช้เป็นสำนักงาน/สถานประกอบพาณิชย์
1.4 ใช้เป็นท่าเรือเมล์ เรือจ้าง
1.5 โรงเรือนที่เจ้าของอยู่เอง แต่ใช้ประกอบการอุตสาหกรรม การพาณิชย์หรือไว้สินค้า/เก็บยานพาหนะเพื่อหาประโยชน์
1.6 ทำเป็นโรงเรือนหาประโยชน์ส่วนบุคคล
1.7 ใช้เพื่อหาประโยชน์อื่น เช่น สนามมวย บ่อนไก่ สนามแข่งรถ
1.8 แพ ให้ผู้อื่นอาศัย/ใช้หาประโยชน์ เช่น ประกอบการค้า ไว้สินค้า/ให้เช่า
2. ที่ดินซึ่งใช้จ่ายต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น
2.1 ที่ดินซึ่งใช้ไปด้วยกันกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น สนามกอล์ฟ สนามเทนนิสลานจอดรถให้เช่า
2.2 กำหนดระยะเวลายื่นแบบเพื่อแจ้งรายการทรัพย์สินต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ซึ่งทรัพย์สินอยู่ภายในเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี
ผู้มีหน้าที่ชำระภาษี
1. เจ้าของทรัพย์สินอันได้แก่โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ และที่ดินเป็นเจ้าของเดียวกัน เจ้าของทรัพย์สินนั้นเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี
2. ถ้าที่ดินและโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ เป็นคนละเจ้าของ กฎหมายกำหนดให้เจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ ต้องเป็นผู้เสียภาษี
3. ผู้ครอบครองทรัพย์สิน ทายาท หรือผู้จัดการมรดก
หลักฐานที่ต้องนำไป
1. สำเนาโฉนดที่ดิน หรือ สัญญาซื้อขายโรงเรือน
2. บัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน
3.หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมีผู้อื่นมายื่นแบบ ภ.ร.ด.2 แทน)
4.ทะเบียนการค้า ทะเบียนพาณิชย์ ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบอนุญาต ปลูกสร้างอาคาร ใบเสร็จรับเงินปีที่ ผ่านมา
5.ใบอนุญาตสะสม อาหาร ใบอนุญาตประกอบกิจการค้า หนังสือ รับรองห้างหุ้นส่วนบริษัท
ขั้นตอนการยื่นแบบชำระภาษีโรงเรือนและที่ดิน
1. เจ้าของทรัพย์สินยื่นแบบพิมพ์ (ภ.ร.ด.2)ได้ที่สำนักงานเทศบาลตำบลแสนสุข ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
2. ยื่นแบบแสดงรายการและชำระทันที หรือภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน
3. กรณีทรัพย์สินไม่มีผู้เช่าให้แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 15 วันของเดือนที่ทรัพย์สินนั้นว่างลง
อัตราการเสียภาษีโรงเรือน
1. กรณีให้ผู้อื่นเช่า ให้ใช้อัตรา 12.5 % ต่อปี
ตัวอย่างเช่น A ให้ B เช่าตึก หรือ อาคาร ในอัตราเดือน ละ 5,000 บาท จะต้องเสียภาษีโรงเรือน
( 5,000 x 12 ) = 60,000 นำค่าเช่าทั้งปี 60,000 x 12.5/100 = 7,500 บาท
2. กรณีห้องเช่า การคำนวณค่าภาษี โดยจะนำ ค่าเช่าต่อเดือน x จำนวนห้องที่ถูกเช่าในแต่ละเดือนที่ได้มีการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ และนำมารวมยอดทั้งปีเป็นค่ารายปี แล้วนำมาคิดค่าภาษีในอัตรา 12.5% ของค่ารายปี
3. กรณีที่เจ้าของทรัพย์สิน หรือ โรงเรือน นำมาทำธุรกิจส่วนตัวโดยไม่มีค่าเช่า ให้ นำเอาพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด (ตารางเมตร) ในอาคาร หรือ โรงเรือน มาคำนวณค่าภาษีต่อปี
ตัวอย่างเช่น A เป็นเจ้าของอาคาร 3 ชั้น และ ใช้ดำเนินการกิจการของตนเอง 2 ชั้น คือชั้นที่ 1 และ 2 โดย ใช้ชั้นบนสุดเป็นที่อยู่อาศัย โดยแต่ละชั้น มีพื้นที่ ใช้สอย ( กว้าง x ยาว ) 4 x 8 = 32 ตรม. และมีพื้นที่ใช้ดำเนินกิจการ 2 ชั้น จะได้ 32 x 2 = 64 ตรม. โดย สมมุติอัตราภาษีต่อตารางเมตรเท่ากับ 10 บาท ดังนั้น A ต้อง เสียภาษีโรงเรือน 64 x 10 = 960 บาท
ไม่ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินจะต้องเสียเงินเพิ่ม ดังนี้
v ถ้าค้างชำระไม่เกิน 1 เดือนนับแต่วันพ้นกำหนดให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ2.5 ของค่าภาษีที่ค้างชำระ
v ถ้าค้างชำระเกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน 2 เดือนให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ 5 ของค่าภาษีที่ค้างชำระ
v ถ้าค้างชำระเกิน 2 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือนให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ 7.5 ของค่าภาษีที่ค้างชำระ
v ถ้าค้างชำระเกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 4 เดือนให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ 10 ของค่าภาษีที่ค้างชำระ
ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2543 มาตรา 44 กำหนดว่า”ถ้ามิได้มีการชำระค่าภาษีและเงินเพิ่มภายใน 4 เดือน ให้ผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ ยึด อายัด หรือขายทอดตลาด ทรัพย์สินของผู้ซึ่งค้างชำระค่าภาษี เพื่อนำเงินมาเสียค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย โดยมิต้องขอให้ศาลสั่ง หรือออกหมายยึด”
การผ่อนชำระ ต้องมีค่าภาษี ตั้งแต่ 9,000บ.ขึ้นไป ผ่อนชำระได้ 3 งวดๆละเท่าๆกัน โดยแจ้งความจำนงให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนครบกำหนดเวลาชำระภาษี
· ให้ชำระงวดที่ 1 ก่อนครบกำหนดเวลาชำระภาษี
· งวดที่ 2 และ 3 ชำระภายใน 1เดือน นับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่แล้ว
ภาษีป้าย
ภาษีป้ายเป็นภาษีที่เก็บจากป้าย อันหมายถึง ป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือ เครื่องหมายที่ใช้ประกอบการค้า หรือประกอบกิจกรรมอื่นเพื่อหารายได้ไม่ว่าจะแสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใดๆด้วยอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่เขียน แกะ สลัก จารึก หรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่นๆ
ผู้มีหน้าที่ชำระภาษีป้าย เจ้าของป้าย ผู้ครอบครองป้าย/ผู้ครอบครองอาคารหรือที่ดินที่ป้ายนั้นติดตั้งหรือแสดงอยู่
ขั้นตอนการชำระภาษีป้าย
v ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภป.1)ตั้งแต่วันที่1 มกราคม ถึง มีนาคม ของทุกปี
v ยื่นแบบและชำระทันที หรือ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน
v กรณีติดตั้งป้ายใหม่ หลังเดือนมีนาคม ให้ยื่นแบบแสดงรายการ(ภป.1)ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ติดตั้ง
ไม่ชำระภาษีป้ายภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้เป็นเจ้าของป้ายรายใดไม่ยื่นแบบภายในเวลาที่กำหนดจะต้องเสียเงินเพิ่มนอกจากเงินที่เสียภาษีป้ายในกรณีและอัตราดังต่อไปนี้
v ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภป.1)ภายในเวลาที่กำหนดให้เสียเงินเพิ่ม 10%ของค่าภาษี
v ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายไม่ถูกต้อง ทำให้จำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีป้ายลดน้อยลง ให้เสียเงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษีป้ายที่ประเมินเพิ่มเติม
v ไม่ชำระภาษีป้ายภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้เสียเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของค่าภาษี
|
|
|
อัตราค่าภาษีป้าย
การคำนวณภาษีป้าย โดยคำนวณจากขนาด กว้าง x ยาว
หารด้วย 500 คูณด้วย อัตราภาษี ตามประเภทของป้าย
|
|
ประเภท
ป้าย
|
ลักษณะป้าย
|
อัตราภาษี
(บาท/ตร.ซม.)
|
|
1
2
3
|
อักษรไทยล้วน
อักษรไทยปนอักษรต่างประเทศ/ภาพ/เครื่องหมายอื่น
ป้ายดังต่อไปนี้ (ก)ไม่มีอักษรไทยไม่ว่าจะมีภาพหรือเครื่องหมายใดหรือไม่
(ข)มีอักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้ หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ
|
3/500
20/500
40/500
|
|
หมายเหตุ:ป้ายตามประเภท 1,2 หรือ 3 เมื่อคำนวณพื้นที่แล้ว ถ้ามีอัตราภาษีที่ต้องเสียภาษีต่ำกว่าป้ายละ 200 บาท ให้เสียภาษีป้ายละ 200 บาท
|
|
|
|
การผ่อนชำระ ต้องมีค่าภาษี ตั้งแต่ 3,000บ.ขึ้นไป ผ่อนชำระได้ 3 งวดๆละเท่าๆกัน โดยแจ้งความจำนงให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนครบกำหนดเวลาชำระภาษี
· ให้ชำระงวดที่ 1 ก่อนครบกำหนดเวลาชำระภาษี
· งวดที่ 2 และ 3 ชำระภายใน 1เดือน นับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่แล้ว
|